อัตราดอกเบี้ย และ ราคาพันธบัตรเป็นสิ่งที่ต้องวิ่งพร้อมกันอยู่เสมอครับ เพราะ ผลของดอกเบี้ยจะส่งผลกระทบต่อราคาพันธบัตรเสมอ
ซึ่งเป็นหลักการฐานที่สุดของการลงทุนในตราสารหนี้ และ เป็นพื้นฐานที่ไว้ยึดหลักเกณฑ์ก่อนจะเริ่มลงทุนในทุกๆทรัพย์สินครับ
หลักการพื้นฐาน: ราคาพันธบัตร ↔ อัตราดอกเบี้ยตลาด
ราคาของพันธบัตร (ในตลาดรอง) จะเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงกันข้ามกับทิศทางของอัตราดอกเบี้ยตลาด (หรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตร: Bond Yield)
การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยตลาด | ผลกระทบต่อราคาพันธบัตรเดิมในตลาด | ความน่าสนใจของพันธบัตรเดิม |
ดอกเบี้ยสูงขึ้น (↑) | ราคาพันธบัตรลดลง (↓) | น่าสนใจน้อยลง (เพราะพันธบัตรใหม่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่า) |
ดอกเบี้ยลดลง (↓) | ราคาพันธบัตรสูงขึ้น (↑) | น่าสนใจมากขึ้น (เพราะพันธบัตรเดิมให้ดอกเบี้ยสูงกว่า) |
กลไกที่ทำให้ดอกเบี้ย และ ราคาพันธบัตรเกิดความสัมพันธ์แบบผกผัน
ความสัมพันธ์ผกผันนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก “อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว” (Coupon Rate) ของพันธบัตรเป็น อัตราดอกเบี้ยคงที่ ตลอดอายุของพันธบัตรนั้น ๆ ซึ่งต่างจากอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
1.เมื่ออัตราดอกเบี้ยตลาด สูงขึ้น (เช่น ธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ย)
- ปัญหา: พันธบัตรเก่าที่ถืออยู่จะกลายเป็นสินค้าที่มีคุณภาพด้อยกว่า (Inferior Product) เพราะมันจ่ายดอกเบี้ย (Coupon) ในอัตราที่ ต่ำกว่า พันธบัตรใหม่ที่เพิ่งออกสู่ตลาด หรือทางเลือกการลงทุนอื่น ๆ ในปัจจุบัน
- การปรับตัวของราคา: เพื่อให้พันธบัตรเก่าสามารถขายได้และมีความน่าดึงดูดใจเทียบเท่ากับทางเลือกใหม่ที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า ราคาตลาดของพันธบัตรเก่าจึงต้องถูกลดลง
- ผลลัพธ์: การที่ราคาตลาดลดลง จะทำให้อัตราผลตอบแทนต่อผู้ซื้อใหม่ (Yield to Maturity) สูงขึ้น จนกระทั่งสอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยตลาดในปัจจุบัน
2.เมื่ออัตราดอกเบี้ยตลาด ลดลง (เช่น ธนาคารกลางลดดอกเบี้ย)
- โอกาส: พันธบัตรเก่าที่ถืออยู่จะกลายเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูงกว่า (Superior Product) เพราะมันจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่ สูงกว่า พันธบัตรใหม่ที่เพิ่งออกสู่ตลาด
- การปรับตัวของราคา: เนื่องจากพันธบัตรเก่ามีมูลค่าการจ่ายดอกเบี้ยที่ดีกว่า พันธบัตรเก่าจึงเป็นที่ต้องการของตลาด ราคาตลาดของพันธบัตรเก่าจึงปรับตัวสูงขึ้น
- ผลลัพธ์: แม้ราคาตลาดจะสูงขึ้น แต่อัตราผลตอบแทนต่อผู้ซื้อใหม่ (Yield to Maturity) ก็ยังคงต่ำลง จนกระทั่งใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยตลาดในปัจจุบัน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการผันผวนของราคา (Duration)
พันธบัตรแต่ละประเภทมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยไม่เท่ากัน โดยวัดจากปัจจัยที่เรียกว่า Duration
อายุคงเหลือของพันธบัตร:
- พันธบัตรระยะยาว (Long-term Bonds) จะมี Duration สูงกว่า ทำให้ ราคาผันผวนมากกว่า และมีความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า
- พันธบัตรระยะสั้น (Short-term Bonds) จะมี Duration ต่ำกว่า ทำให้ ราคาผันผวนน้อยกว่า
อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว (Coupon Rate):
- พันธบัตรที่จ่ายดอกเบี้ย ต่ำ จะมี Duration สูงกว่าพันธบัตรที่จ่ายดอกเบี้ยสูง (เนื่องจากนักลงทุนต้องรอรับเงินคืนต้นเป็นเวลานานกว่า)
ข้อควรจำ: สำหรับนักลงทุนที่ ถือพันธบัตรจนครบกำหนด (Maturity) การผันผวนของราคาพันธบัตรในตลาดรองระหว่างทางจะ ไม่มีผล ต่อผลตอบแทนรวม เนื่องจากจะได้รับเงินต้นคืนตามมูลค่าหน้าตั๋วเสมอ แต่สำหรับผู้ที่ซื้อขายในตลาดรอง การผันผวนนี้คือ กำไร/ขาดทุน จากส่วนต่างราคา (Capital Gain/Loss)
การหาเงินไม่จำเป็นต้องออกแรงเล่นเหมือนหวยไว แค่ถือเงินไว้เฉยๆแล้วรอบดอกเบี้ยต่อปีก็ได้แล้วครับ
Comments are closed