พันธบัตรรัฐบาล

พันธบัตรรัฐบาล ถูกเรียกว่า “สินทรัพย์ปลอดความเสี่ยง” (Risk-Free Asset) เพราะมีคุณสมบัติที่มั่นคงและมีความเสี่ยงต่ำที่สุดในระบบการเงิน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่น เช่น หุ้น, ตราสารหนี้บริษัท หรืออสังหาริมทรัพย์ครับ

ง่ายๆ คือ ถ้าประเทศไม่ล่มสลาย พันธบัตรรัฐบาลก็จะยังปลอดภัยครับ และที่คนถือพันธบัตรของประเทศสหรัฐฯกันเพราะว่า ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศอันดับ 1 ของโลก เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่ประเทศนี้จะล่มสลายได้เลยครับ จึงไม่แปลกที่ไม่มีความเสี่ยง 

นักลงทุนเวลาได้กำไรมาแล้วอยากพักเงินก็มักจะเอามาเข้าในพันธบัตรเหมือนกันครับ ไม่ว่าจะได้กำไรจากหุ้น จากหวยไว จากธุรกิจ การเอามาพักในพันธบัตรจะปลอดภัยแบบ 100% เลยครับ

พันธบัตรรัฐบาล

เหตุผลหลักที่พันธบัตรรัฐบาลถูกมองว่าเป็น "Risk-Free"

  1. ผู้ออกพันธบัตรคือรัฐบาล
  • รัฐบาลมีอำนาจในการจัดเก็บภาษี และสามารถพิมพ์เงินได้ (ในกรณีของรัฐบาลกลางที่มีอำนาจควบคุมธนาคารกลาง)
  • โอกาสผิดนัดชำระหนี้ (default) จึงต่ำมาก
  1. การันตีการชำระเงินต้นและดอกเบี้ย
  • รัฐบาลมีพันธะต้องจ่ายดอกเบี้ยตรงเวลา และคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนด
  • สำหรับพันธบัตรของประเทศที่น่าเชื่อถือ เช่น พันธบัตรรัฐบาลไทย หรือสหรัฐฯ โอกาสผิดนัดชำระแทบเป็นศูนย์
  1. เป็นตัวชี้วัดของ “อัตราผลตอบแทนไร้ความเสี่ยง”
  • ใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบผลตอบแทนของสินทรัพย์อื่น (เช่น หุ้น หรือกองทุน)
  • ถ้าลงทุนในสินทรัพย์อื่นต้องได้ผลตอบแทน มากกว่า พันธบัตร ถึงจะคุ้มกับความเสี่ยงที่สูงขึ้น
  1. สภาพคล่องสูง และมีตลาดรอง
  • พันธบัตรรัฐบาลสามารถซื้อขายในตลาดรองได้ง่าย ราคาค่อนข้างนิ่ง และมีคนต้องการตลอด

ความเสี่ยงของพันธบัตรมีอะไรบ้าง

ทุกอย่างมี 2 ด้านเสมอครับ ถึงพันธบัตรจะเป็น Risk free แต่ยังไงก็มีความเสี่ยงที่ต้องรู้ครับ

  • ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย: หากดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น ราคาพันธบัตรที่ถืออยู่อาจลดลง
  • ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ: หากอัตราเงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยพันธบัตรอาจไม่พอกับค่าครองชีพ
  • สภาพคล่องในบางช่วงเวลา: พันธบัตรบางรุ่นหรืออายุสั้นมากอาจไม่มีคนซื้อต่อทันที

พันธบัตรรัฐบาล 5 ประเทศที่น่าลงทุน

  1. สหรัฐอเมริกา (U.S. Treasuries)

เหตุผล:

  • มีสถานะเป็นพันธบัตร “ปลอดภัยที่สุดในโลก”
  • มีตลาดรองขนาดใหญ่ สภาพคล่องสูง
  • เป็นสินทรัพย์อ้างอิงของทั่วโลก (ใช้วัด risk-free rate)
  • มีหลายอายุให้เลือก (1 เดือนถึง 30 ปี)
  • เหมาะสำหรับใช้กระจายความเสี่ยงพอร์ตโดยรวม

ข้อควรระวัง: อัตราดอกเบี้ยของ Fed ผันผวน, เงินดอลลาร์อาจแข็ง/อ่อนตามวัฏจักรเศรษฐกิจ

  1. เยอรมนี (Bunds – German Government Bonds)

เหตุผล:

  • ประเทศขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป มีเศรษฐกิจแข็งแกร่ง
  • ความน่าเชื่อถือทางการคลังสูงมาก
  • มีบทบาทสำคัญในระบบยูโรโซน
  • ได้รับเรตติ้งระดับ AAA จากหลายสถาบัน

ข้อควรระวัง: ดอกเบี้ยต่ำกว่าประเทศอื่น, ความเคลื่อนไหวของยูโรอาจมีผลต่อมูลค่าเงินลงทุน

  1. ญี่ปุ่น (JGBs – Japanese Government Bonds)

เหตุผล:

  • ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศสูง และประชาชนถือพันธบัตรรัฐบาลเองจำนวนมาก
  • มีความน่าเชื่อถือสูงในฐานะประเทศเศรษฐกิจอันดับต้น ๆ ของโลก
  • เสถียรภาพการเมืองดี มีนโยบายการเงินชัดเจน

ข้อควรระวัง: อัตราดอกเบี้ยต่ำมาก (บางช่วงอาจติดลบ), เงินเยนอ่อนค่าในระยะหลัง

  1. แคนาดา (Government of Canada Bonds)

เหตุผล:

  • เศรษฐกิจมั่นคง มีเสถียรภาพทางการเมือง
  • ได้รับเรตติ้งระดับ AAA
  • อัตราดอกเบี้ยมักสูงกว่ายุโรปและญี่ปุ่น
  • ระบบการเงินโปร่งใส มีการกำกับดูแลชัดเจน

ข้อควรระวัง: ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจโลก เพราะพึ่งพาการส่งออก

  1. ไทย (พันธบัตรรัฐบาลไทย)

เหตุผล:

  • ความเสี่ยงจากค่าเงินน้อย ถ้าลงทุนเป็นเงินบาท
  • มีพันธบัตรออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงหลายรุ่น (เช่น แบบ SBF)
  • ได้รับเรตติ้งระดับ Investment Grade จากสถาบันจัดอันดับสากล
  • เสถียรภาพด้านการเงินมั่นคง (ทุนสำรองสูง หนี้ต่างประเทศต่ำ)

ข้อควรระวัง: อัตราดอกเบี้ยอาจต่ำกว่าบางประเทศ และมีความเสี่ยงการเมืองในระยะกลางบ้าง

สรุป

พันธบัตรรัฐบาลเรียกว่า “Risk-Free” เพราะมีความน่าเชื่อถือสูง โอกาสผิดนัดชำระหนี้แทบเป็นศูนย์ และเป็นจุดอ้างอิงของอัตราผลตอบแทนในระบบการเงินทั้งหมด แต่ยังมีความเสี่ยงด้านอื่น เช่น ดอกเบี้ยและเงินเฟ้อที่ต้องระวังในการลงทุน

Categories:

Tags:

Comments are closed